This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง-ทหารศรีสะเกษ จับบ่อนบาคาร่าออนไลน์เมืองศรีสะเกษ

ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง-ทหารศรีสะเกษ จับบ่อนบาคาร่าออนไลน์เมืองศรีสะเกษ


     ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง-ทหารศรีสะเกษ บุกอาคารพาณิชย์ลอบเปิดบ่อนบาคาร่าออนไลน์กลางเมือง จับนักพนันหลายราย เมื่อกลางดึกวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นายนิวัต น้อยผาง นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ร่วมกับ พ.ต.อ.วินัย เกตุพันธ์ ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ และทหารชุดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย นำกำลังไปตรวจค้นอาคารพาณิชย์ เลขที่ 858/6-8 ข้างโรงพยาบาลศรีสะเกษ ด้านทาง ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ หน้าร้านมีป้าย G 888 พบนักพนันกำลังเล่น “บาคาร่าออนไลน์” ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ 15 คน จึงควบคุมตัวไว้ รวมทั้งผู้ดูแลร้านอีก 3 คน โดยมีนายระวิน บุญก้ำ อายุ 32 ปี รับเป็นเจ้าของร้าน

ที่มาข่าว : http://www.posttoday.com/

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวตำรวจกาฬสินธุ์บุกทลายบ่อนบาคาร่าออนไลน์

ข่าวตำรวจกาฬสินธุ์บุกทลายบ่อนบาคาร่าออนไลน์


     เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวว่า "ตำรวจกาฬสินธุ์บุกทลายบ่อนบาคาร่าออนไลน์" ซึ่งตามข่าวตร.กาฬสินธุ์ สามารถรวบนักพนันได้ 9 คน ยึดของกลางเงินสด 8,840 บาท คอมพิวเตอร์ 7 ชุด ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านได้ร้องเรียน ดังรายละเอียดข่าว ต่อไปนี้

"ตร.กาฬสินธุ์ทลายบ่อนบาคาร่าออนไลน์

ปิดโจ๋งครึ้มบ่อนบาคาร่าออนไลน์ ตร.กาฬสินธุ์ นำกำลังบุกทลายบ่อนกลางเมือง หลังชาวบ้านร้องเรียน รวบนักพนันได้ 9 คน ยึดของกลางเงินสด 8,840 บาท คอมพิวเตอร์ 7 ชุด...

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2556 พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ เนื้อนวล ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และสายตรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ บุกทลายบ่อนบาคาร่าออนไลน์เลขที่ 75 ถนนประดิษฐ์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ห่างจาก บขส.กาฬสินธุ์ประมาณ 500 เมตร หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการลักลอบเปิดบ่อนบาคาร่าออนไลน์โดย จากการตรวจสอบพบว่า เป็นตึกแถว 2 ชั้น และชั้นล่างมีการลักลอบเปิดให้นักพนันเข้าไปเล่นบาคาร่าออนไลน์ ซึ่งมีนางสาวนภาพร หรือ บี ศิลป์ทองทิพย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 261/76 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นผู้เช่าและเป็นเจ้าของบ่อนบาคาร่าดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบนักพนันกำลังเล่นบาคาร่าออนไลน์อยู่จำนวนวนมาก ซึ่งสามารถจับกุมได้ผู้ต้องหา 9 คน ยึดของกลางเงินสด 8,840 บาท คอมพิวเตอร์อีกจำนวน 7 ชุดเบื้องต้นนางสาวนภาพร ให้การรับสารภาพว่าได้เปิดบาคาร่าออนไลน์จริง เจ้าหน้าที่ได้ยึดกลางกลางไว้เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีเจ้าของร้านต่อไป พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากว่ามีการลักลอบเปิดและเล่นบาคาร่าออนไลน์ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว ทั้งนี้ ได้กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่เข้มงวดกวดขันเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ไห้มีการเปิดบ่อนการพนันทุกรูปแบบ ซึ่งหากพบก็ให้เข้าจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น"

ที่มาข่าว : http://www.thairath.co.th/content/region/375266

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บริจาคเลือด : ได้ทั้งผู้ให้ ผู้รับ

            การบริจาคเลือด ถึงเป็นกุศลและการแบ่งปันที่สูงค่า นอกจากความภูมิใจที่ได้แบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นโดยทางอ้อมแล้ว เชื่อไหมคะว่าการบริจาคเลือด ยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย 
            มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเลือดของเราซักเล็กน้อยค่ะ เลือดประกอบด้วยพลาสมา และเม็ดเลือด คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว ก็ประมาณซัก 5-6 ลิตรสำหรับผู้ชาย และ 4-5 ลิตรสำหรับผู้หญิง
เม็ดเลือดแต่ละชนิดจะมีอายุการทำงานที่ชัดเจนคือ เม็ดเลือดแดงมีอายุ 120 วัน เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดมีอายุ 5-10 วัน เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เม็ดเลือดจะถูกทำลายและขับถ่ายออกมาในรูปของเหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ หลังจากนั้นไขกระดูกก็จะรับหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดชุดใหม่ขึ้นมา

            ปริมาณเลือดที่มีในร่างกาถูกสร้างมาไว้เกินความต้องการใช้ เพราะร่างกายต้องการใช้เพียง 4 ลิตร เท่านั้น ส่วนเลือดอีกลิตรกว่าๆ ถูกสร้างมาเพื่อสำรองในเหตุการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นการบริจาคเลือดจึงไม่มีผลเสียต่อร่างกาย เพราะการรับบริจาคเลือดจะใช้เพียงประมาณ 350-450 มิลลิลิตร จึงเป็นการนำเลือดสำรองออกมาโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย อีกทั้งได้ประโยชน์อีกด้วยนะคะ ประโยชน์ที่พูดถึง เช่น
         • ร่างกายได้เม็ดเลือดใหม่ ซึ่งแข็งแรงและทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่า ทำให้เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนได้เต็มที่ เม็ดเลือดขาวทำลายสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น
         • กระตุ้นการทำงานของไขกระดูก เปรียบเหมือนการออกกำลังกายให้กับไขกระดูกได้ทำงานดีขึ้น          • ได้ตรวจสุขภาพทางอ้อม เพราะเมื่อมีการได้รับเลือดแล้ว ทางสภากาชาดจะต้องตรวจหาภาวะติดเชื้อต่างๆ เท่ากับผู้บริจาคได้รู้ภาวะสุขภาพของตนเองในขณะนั้นด้วย          • ลดความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน การวิจัยในประเทศฟินแลนด์พบว่า การบริจาคโลหิตช่วยลดความเสี่ยง   โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในเพศชายได้ถึง 88 เปอร์เซ็นต์ เพราะโรคนี้มีความสัมพันธ์กับปริมาณธาตุเหล็กที่สะสมในร่างกาย หากมีสะสมมาก โอกาสเสี่ยงย่อมสูง การบริจาคเลือดช่วยให้ร่างกายลดการสะสมธาตุเหล็ก ซึ่งเท่ากับลดความเสี่ยงโรคหัวใจลงด้วยนั่นเอง 

ทุเรียน : กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

             ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานและแคลอรี่สูง เพราะมีสารอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ต้องกินให้พอดี โดยเฉพาะคนอ้วน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องระวังเพราะอาจทำให้โรคกำเริบได้ 
             แล้วทุเรียน กินอย่างไรไม่ให้อ้วน ง่ายๆนะคะเพียงแค่ตื่นขึ้นมากินตอนประมาณ 05.00 น. อาจจะเช้าหน่อย แต่คุ้มค่า!!นะคะ เพราะนอกจากไม่อ้วนแล้วยังช่วยในการฆ่าพยาธิประจำปีได้ด้วยค่ะ อาจจะผิดเวลาของการลิ้มรสทุเรียนหน่อย ถือซะว่ากินเป็นยาค่ะ กินแล้วดื่มน้ำอุ่นตามไปมากๆ มีคำแนะนำจากแพทย์ว่าควรกินสองวันติดต่อกันและงดอาหารเช้าทั้งสองวัน ความร้อนในสารกำมะถันธรรมชาติ 
และกากใย จากพูทุเรียน จะออกฤทธิ์ในการดีท๊อกซ์ลำไส้ออกได้อย่างเกลี้ยงเกลา รวมทั้งเป็นยาถ่ายพยาธิด้วย 
       


            ทุเรียนเมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกร้อน อาจทำให้ผู้ที่โรคประจำตัวอยู่แล้วอาการกำเริบเร็วขึ้น ส่วนประชาชนทั่วไปที่ชอบกินทุเรียน ก็ควรหมั่นออกกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานและไปเผาผลาญสารอาหารที่เกินจำเป็น ซึ่งจะไปสะสมในร่างกายในรูปของความอ้วน แม้จะอร่อยแต่ก็ต้องกินกันอย่างมีสตินะคะ
      
       นอกจากนี้ตามความเชื่อคนไทยแต่โบราณ เชื่อว่าหากกินทุเรียนซึ่งถือว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ ก็ควรกินมังคุดซึ่งเป็นราชินีแห่งผลไม้ควบคู่ไปด้วย เนื่องจากทุเรียนเมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกร้อน ดังนั้นจึงควรกินมังคุดตาม เพราะมังคุดมีรสเย็น ช่วยลดอาการแน่นเฟ้อ อึดอัดในท้อง เรอไม่มีกลิ่นเหม็นค่ะ

DETOX เพื่อสุขภาพกับอาหาร9อย่าง

           หลายคนคงเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือได้อ่านบทความต่างๆ และคุ้นกับคำว่า "DETOX" หรือ ดีท็อกซ์ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น มาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่าดีท็อกซ์ที่กล่าวถึงเนี่ย คืออะไร
          ดีท็อกซ์ คือ การนำเอาสารพิษออกจากร่างกายของเราให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ตกค้างอยู่ในร่างกาย จนอาจกลายเป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพ
          เมื่อคนเราได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปนั้น กลไกต่าง ๆ ในร่างกายจะทำหน้าที่ขจัดออกมาแต่หากได้รับ เป็นจำนวนมากจนเกินไป และสะสมมาเป็นเวลานาน ระบบก็ไม่สามารถที่จะกำจัดได้หมด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคนเรารับประทานอาหารเข้าไป เกิดการย่อยสลาย ทำให้เกิดคราบตกค้างเกาะอยู่ตามผนังลำไส้ หมักหมมอยู่ทุกวี่ทุกวัน จนกลายเป็นกากสารพิษ ปิดกั้นไม่ให้ร่างกายเรารับสารอาหารได้เต็มที่และลำไส้เราต้องดูดรับพิษร้ายเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนของโลหิตเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากได้รับ เป็นจำนวนมากจนเกินไป และสะสมมาเป็นเวลานาน ระบบก็ไม่สามารถที่จะกำจัดได้หมด
ดังนั้นการขจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายก็เหมือนการ ฟอกชำระล้างระบบต่างๆ  โดยเฉพาะระบบการย่อยดูดซึมอาหารและระบบไหลเวียนโลหิตให้พ้นจากสภาวะเป็นพิษ
           ลองดูก็ไม่เสียหายนะคะกับการดีท็อกซ์ไหม ตอนนี้ร่างกายของเราไม่รู้มีสารพิษมากเท่าไหร่ ถึงเวลาที่เราจะดีท็อกซ์หรือยัง วันนี้มีวิธีการดีท็อกซ์ธรรมชาติ แค่รับประทานอาหารเหล่านี้ ก็เป็นการช่วยร่างกายในการล้างพิษแล้วล่ะค่ะ

    1. กระเทียมเป็นแหล่งอาหารวิตามินซีสูง ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและเผาผลาญไขมัน การดื่มน้ำมะนาว (แบบไม่ใส่น้ำตาล) ทุกเช้าจะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญในร่างกายกระเทียมมีวิตามินซี ซึ่งช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันและตับ แต่ไม่ควรกินกระเทียมไปทั้งเม็ดเพราะมีเอ็มไซม์มากเกินไป ควรจะหั่นหรือซอยบางๆ ทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนแล้วนำไปปรุง


2. น้ำมะนาว
เป็นแหล่งอาหารวิตามินซีสูง ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและเผาผลาญไขมัน การดื่มน้ำมะนาว (แบบไม่ใส่น้ำตาล) ทุกเช้าจะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย
3.ขิง 
ขิงนอกจากจะเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนให้อาหารแล้วยังช่วยขับของเสียออกจากผิวหนังได้อีกด้วย ด้วยการนำขิงบดละเอียดพร้อมกับเกลืออาบน้ำลงในอ่างอาบน้ำร้อน หลังจากนั้นลงไปแช่ตัวให้นานเท่าที่ทำได้ เท่านี้จะเป็นการขับของเสียออกจากร่างกายได้อีกหนึ่งทาง


4. ผักใบเขียว 
คลอโรฟิลล์จากพืชช่วยเรื่องการย่อยอาหาร ผลที่ตามมาคือร่างกายจะกำจัดของเสียได้ง่ายขึ้น ลองทานแบบสลัด ใส่ผักในซุป หรือจะผัดกับน้ำมันมะกอกแล้วแต่ตามเมนูที่ชอบ
5. ธัญญพืช 
ข้าวโอ๊ตและขนมปังข้าวไรย์เป็นอาหารที่ทานกันตั้งนานแล้วแต่ถึงอย่างไร ธัญญพืชเหล่านนี้ยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากด้วยเช่นกัน เพราะประกอบด้วยไพเบอร์ที่ดีต่อสุขภาพ 

6. ชาเขียว 
เรารู้กันดีอยู่ว่าการดื่มชาเขียวช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระในร่างกาย นอกจากนี้สารคาเตชินที่มีอยู่ในชาเขียวยังช่วยเร่งการทำงานของตับและเพิ่มการผลิตเอ็มไซม์เพื่อขจัดของเสียในร่างกาย

7. บีทรูท 
ไฟเบอร์จากบีทรูทจะเพิ่มการผลิตเอ็มไซม์ต่อต้านอนุมูลอิสระในตับซึ่งจะช่วยตับและถุงน้ำดีกำจัดสารพิษอื่นๆ ออกจากร่างกาย

8. ผักกาด 
มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดตับ ลองทานน้ำซุปใส่ผักกาดหรือทานเป็นสลัดกับแอปเปิ้ลเพิ่มความกรุบกรอบให้รสชาติอาหาร

9. ผลไม้สด 
ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ตระกูลเบอรี่ต่างๆ มะม่วง แอปเปิ้ลหรือผักสด ต่างอุดมด้วยไฟเบอร์ สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน ซึ่งจะช่วยให้ขับของเสียออกจากร่างกายเช่นกัน

ชาบำรุงหัวใจ : ชาไม่เติมนม

          ชา เป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึงที่หาดื่มกันได้ไม่ยาก มีตั้งแต่แก้วละไม่กี่สิบบาท จนระดับหลายร้อย ไม่ว่าเหตุผลในการซื้อชาของคุณจะเพราะอร่อย กระหาย ล้าจากการทำงาน แก้เครียด จีบสาวเจ้าของร้าน แก้เขิน หรือคลายเหงา แต่ถ้าเหตุผลของการซื้อชาดื่มของคุณคือ เพื่อสุขภาพอยากให้คุณลองอ่านบทความนี้
          มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า ชาช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และทำให้เส้นเลือดใหญ่ขยาย อย่างไรก็ดี นักวิจัยจากโรงพยาบาลคาริตของมหาวิทยาลัยเบอร์ลิน เยอรมนี พบว่า หากคุณชอบดื่มชาผสมนมเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล หรือเพิ่มรสชาติความหวาน นมจะทำให้ประโยชน์ของชาในการปกป้องโรคหัวใจหมดไป ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีการบริโภคมากที่สุดทั่วโลกรองจากน้ำ ดังนั้น ประโยชน์ของชาจึงมีความสำคัญในแง่สาธารณสุข 
           นอกจากเหตุผลของการเติมนมลงไปในชาเพื่อเพิ่มความกลมกล่อม ก็ไม่มีใครสามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงได้ว่าการเติมนมลงไปในชาจะให้ผลอย่างไร ดร.เวเรนา สแตงล์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจของโรงพยาบาลคาริต และทีมนักวิจัยพบว่า โปรตีน casein ในนมทำให้ปริมาณสาร catechin ที่มีฤทธิ์ปกป้องโรคหัวใจลดลง 
           หลังจากเปรียบเทียบผลต่อสุขภาพจากการดื่มน้ำอุ่น ชาแบบเติมนมและไม่เติมนมกับผู้หญิงสุขภาพดี 16 คนแล้วดูเส้นเลือดใหญ่บริเวณข้อมือก่อนและหลังดื่มชา 2 ชั่วโมง สิ่งที่พบคือ ชาดำทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการดื่มน้ำอุ่น แต่เมื่อเติมนมลงไป คุณประโยชน์นั้นจะหายไปทันที  ทราบอย่างนี้แล้วลองปรับเปลี่ยนเป็นชาไม่ใส่นมกันดูนะคะ

          

Glutathione : ผิวขาว!! ประโยชน์หรือโทษ

"ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารเพื่อผิวขาว ขาวขึ้นภายใน 1-2 เดือน"
"ขาวผ่องอมชมพูเหมือนพริตตี้ ด้วยกลูตาไธโอนเพียว 100%"
"อยากผิวสวยเหมือนดารา กลูตาไธโอน ช่วยคุณได้"
"ผิวขาวสวยทั่วเรือนร่างเห็นผลทันตาใน 3 วัน ด้วยกลูตาไธโอนแบบฉีด"

          ข้อความเหล่านี้ คือโฆษณาชวนเชื่อที่มีอยู่จริงและมีอยู่มากในเว็บไซต์ ใบปลิว ที่ต่างก็อวดอ้างสรรพคุณสาร "กลูตาไธโอน" สาวๆคงรู้จักชื่อนี้ในนาม ช่วยเพิ่มความขาว แต่แท้จริงแล้วเจ้ากลูตาไธโอน ถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างไรมาทราบกันค่ะ
           กลูตาไธโอน (Glutathione) เป็นสารประเภท Tripeptide ที่ประกอบด้วย กรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Cysteine, Glycine, Glutamic acid กลูตาไธโอนเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ชนิดละลายน้ำได้ ที่สำคัญร่างกายเราสร้างขึ้นอยู่แล้ว หน้าที่สำคัญของกลูตาไธโอนคือการยับยั้งการสร้างเมลานิน (สารที่ทำให้ผิวสีดูเข้ม) ไม่ให้สร้างมากเกินไป แล้วทำไมร่างกายจะต้องสร้างเจ้าเมลานินให้สาวผิวคล้ำกันด้วย ก็เพราะเมลานินจะช่วยในการปกป้องชั้นผิวหนังไม่ให้แสงแดดแผดเผาหรือทำลายเซลล์นั่นสิคะ หน้าที่อื่นๆของกลูตาไธโอน คือช่วยปกป้องร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยตับในการย่อยสลายสารพิษ เมื่อมีสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายรับรู้ก็จะผลิตเจ้ากลูตาไธโอนมากขึ้นตามไปด้วยเพื่อไปทำลายสารพิษเหล่านั้น
           ในกรณีผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ ร่างกายไม่สามารถย่อยสารพิษหรือขับของเสียออกจากร่างกายได้ จึงมีการคิดค้นการฉีดกลูตาไธโอนเข้าไปเพื่อช่วยในการทำลายสารพิษ แต่พบว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือ ผิวผู้ป่วยมะเร็งตับขาวขึ้น เพราะปริมาณกลูตาไธโอนมาก จึงไปมีผลในการยับยั้งเมลานิน ทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มคลินิกเสริมความงาม อ้างว่าเป็นสารที่ใช้ผสมกับวิตามินซี ฉีดทำดีท็อกซ์ผิวขาว ทำให้มีการนำไปใช้เป็นอาหารผิวเพื่อผิวเนียนขาวใสอย่างแพร่หลายและกว้างขวาง ซึ่งเป็นที่นิยมของดารา นางแบบ นายแบบ 
           ก่อนจะตัดสินใจใช้พิจารณากันดีๆนะคะ กลูตาไธโอนดูดซึมน้อยมาก นั่นหมายความว่าเราต้องกินหรือฉีดเข้าไปในปริมาณมากๆ ค่าใช้จ่ายก็สูง ในขณะที่ร่างกายดูดซึมไว้แค่นิดเดียว หากวันนี้มีตังค์ฉีดแล้วสวยขาว แล้วถ้าวันนึงที่ไม่มีตังค์ส่วนนี้แล้วก็ต้องกลับมาผิวคล้ำ ต้องพิจารณาดีๆว่าคนรอบข้างจะมองอย่างไร ผู้ที่ฉีดเป็นประจำ เช่นดาราที่ต้องใช้ผิวทำมาหากินเค้าต้องมีการตรวจสุขภาพร่างกาย ตรวจตับ ไต และปริมาณสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย หากเราเพียงแค่ฉีดให้ขาวต้องพิจารณากันหน่อยแล้วค่ะว่าความขาวเพียงชั่วขณะที่ได้ คุ้มค่ากับการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายหรือไม่

              อาหารที่พบปรีิมาณกลูตาไธโอนสูง เช่น พืชผักชนิดต่างๆ ผลไม้ทั่วไปและเนื้อสัตว์ แต่จะพบมากในหน่อไม้ฝรั่ง นม ไข่ สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ ผักบรอคโคลี ส้มเกรปฟรุต และผักโขม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วนะคะ

ยาขม!! กินพร้อมน้ำผลไม้ได้ไหม





"หวานเป็นลม ขมเป็นยา" เป็นสุภาษิตที่คุ้นหูมาตั้งแต่จำความได้เลยนะคะ ทุกครั้งที่ไม่สบายแน่นอนล่ะต้องได้กินยา และทุกครั้งที่เด็กปฏิเสธการกินยาสุภาษิตนี้จะถูกพูดออกมาเตือนสติเราเสมอ แน่นอนล่ะค่ะนาเป็นสิ่งที่ขมจนทุกครั้งที่นึกถึงเล่นเอาพะอืดพะอมกันเลยทีเดียว แม้เภสัชกรที่ผลิตยาจะมีเทคนิกหรือกระบวนการกลบรสบ้างแล้วก็ตาม 


            หลายคนคงคิดวิธีแก้ปัญหาในกับการกินยาที่ขมๆเหล่านั้น ด้วยการกินพร้อมขนมบ้าง รีบกลืนบ้าง กินให้สัมผัสลิ้นน้อยที่สุดบ้าง แล้วแต่สไตล์ความชอบนะคะ แต่การกินยาแล้วดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าเนี่ย ควรระวังกันมากๆนะคะ นั่นอาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย
อย่างที่คาดไม่ถึงทีเดียวค่ะ  
              
              มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ซานฟรานซิสโก ได้เปิดเผยผลการวิจัย ซึ่งบ่งว่าน้ำผลไม้ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย ที่จะทำให้ประสิทธิภาพ
ในการรักษาของยาหมดไป เพราะก่อนที่ยานั้นจะซึมเข้าสู่กระแสเลือด น้ำผลไม้ จะต่อต้านการดูดซึมของยาที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว และโรคภูมิแพ้ต่างๆ รวมไปถึงยาที่ใช้กับผู้ป่วยที่ทำการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่ ผลการวิจัยที่ได้รับการเปิดเผยก่อนหน้านี้ บ่งบอกถึงอันตรายของน้ำผลไม้ในแง่ ที่ส่งผลต่อการรับประทานยาเช่นกัน เพราะฤทธิ์ในการทำลายเอนไซม์ในร่างกาย 
ที่ทำหน้าที่สกัดกั้นไม่ให้ยาเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไป เมื่อเอนไซม์ชนิดนี้ลดลง ทำให้ตัวยาบางชนิดรวมถึงยาที่ใช้ในการรักษา โรคความดันโลหิตและแอนติฮิสตามีน (Antihistamines) มีฤทธิ์ในการรักษารุนแรงขึ้น เพราะในบางกรณีที่ร่างกายได้รับตัวยา
มากเกินขนาด จะเป็นผลเสียต่อการรักษาและร่างกายผู้ป่วย
ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการทานยาพร้อมน้ำผลไม้ทุกชนิด และเลือกรับประทานกับน้ำเปล่าดีที่สุดนะคะ ถึงอย่างไรสุภาษิตหวานเป็นลมขมเป็นยาก็ยังคงใช้ได้แม้ในปัจจุบันนี้ค่ะ

tight jean syndrome : โรคที่เกิดจากการใส่ยีนต์


Trend ที่กำลังมาแรงในตอนนี้คงหนีไม่พ้น กางเกงยีน DAVE หรือ SKINNY ที่เรียกกัน เคยสังเกตไหม๊คะทุกครั้งที่ถอดกางเกงออกจะรู้สึกเหมือนเจ้าเรียวขาของเราได้ปลดปล่อย หลุดพ้นจากพันธนาการยังไงอย่างนั้น จริงๆแล้วอาการชาที่เกิดจากการใส่กางเกง DAVE หรือ SKINNY เรียกเป็นอาการชนิดหนึ่งทางการแพทย์เลยนะคะ เรียกกันว่า "Tight Jean Syndrome" เป็นอาการป่วยที่หลายๆท่านอาจนึกไม่ถึง เรามาทราบกันเลยว่าอาการที่กล่าวถึงมีอาการอย่างไรบ้าง

             การที่เราสวมใส่กางเกงที่ฟิตแน่นจนเกินไป จะส่งผลเสียกับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อของเราได้ กางเกงที่รัดต้นขามากๆอาจทำให้เกิดการบีบตัวของกล้ามเนื้อ และทำให้รู้สึกชาและปวดขาได้ เป็นสภาพที่เรียกว่า "meralgia paresthetica" หรือบางครั้งก็เรียกว่า “tight jean syndrome” ( คือ อาการที่เกิดจากการใส่กางเกงยีนส์ฟิตจนเกินไป )

            อาการนี้มีความเสี่ยงมาจากแฟชั่นการแต่งตัวสมัยใหม่ ที่ต้องใส่กางเกงยีนส์ที่รัดต้นขามากๆ ทำให้เกิดผลเสียกับเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และการใส่รองเท้าส้นสูงที่เกินพอดี ที่ส่งผลเสียกับกระดูกของเท้า และกระดูกสันหลัง การใส่เสื้อผ้าที่เล็กจนเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย ได้แก่อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เนื่องจากมีการสะสมของแก๊สภายในกระเพาะอาหาร
                  การแก้ปัญหาที่ดีก็คือ ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ใส่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก การแต่งกายตามแฟชั่นก็ควรเลือกเนื้อผ้าที่มีคุณภาพ มีความยืดหยุ่น ไม่ส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อของเราในอนาคต เพราะในบางครั้งอาการปวดเมื่อยตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆที่ท่านไม่ได้ทำงานหนักเลย นั่นอาจจะมาจากการแต่งกายของเราเองนะคะ

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แตงโม : มากกว่าผลไม้ฉ่ำเย็น


ผลไม้ที่นึกถึงในอากาศร้อนๆแบบนี้คงหนีไม่พ้นเจ้าแตงโม ผลไม้แห่งความชุ่มฉ่ำอย่างแน่นอน เนื่องจากในผลแตงโมมีสารสำคัญสีแดงที่มีชื่อว่า "ไลโคปีน" (Lycopene) ที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ อีกทั้งในเนื้อแตงโมยังมี "เบตาแคโรทีน" (Beta-Caroteneซึ่งเป็นสารที่ร่างกายนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย
นอกจากความฉ่ำเย็นหลังรับประทาน สรรพคุณมากมายของแตงโมทางด้านสุขภาพก็มีมากมายเช่นกัน
            บำรุงร่างกาย -  แตงโมมีสารที่เรียกว่า lycopene ที่มีฤทธิ์ antioxidant และช่วยในการบำรุงหัวใจรวมถึงมะเร็งสารนี้มีอยู่มากในมะเขือเทศเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกันแล้ว แตงโมมีมากกว่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์
            วิตามินซี -  แ9งโมเสี้ยวใหญ่ๆ จะเต็มไปด้วยวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา
            ป้องกันการติดเชื้อ -  การดื่มน้ำแตงโมช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายใช้ในการสร้างวิตามินเอ และการมีวิตามินเอมากๆ ก็จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้
            แผลหายเร็ว - - แตงโมเป็นผลไม้ที่มี citrulline อยู่มาก สารตัวนี้จะช่วยในการรักษาแผนได้เร็ว อย่าดื่มแต่น้ำแตงโม ให้กินเนื้อมันเข้าไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นสีขาวอยู่ลึกลงไป แม้รสชาติจะไม่หวาน แต่มีประโยชน์ทีเดียวนะ
             คลายเครียด - - แตงโมเต็มไปด้วยโพแทสเซียม ที่จะช่วยควบคุมอัตราความดันโลหิต เรียกว่ากินแล้วจะอารมณ์ดี ยิ่งกินแบบเย็นๆ ยิ่งสบายใจ


             ลดความอ้วน - - ในแตงโมมีแคลอรี่แค่ 96 แคลอรี่เท่านั้น และการกินแตงโมที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำ ทำให้เราอิ่มได้เร็ว และไม่ต้องกินอาหารอื่นอีก เรียกว่าแตงโมนี่มีประโยชน์มากมายมหาศาลจริงๆ เนอะ


วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กล้วย : ช่วยอาการเมาค้าง


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องใช้พลังงานในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก และหากต้องการให้ระดับพลังงานที่หย่อนยานลงกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว บอกได้เลยค่ะว่าไม่มีอาหารว่างใดดีไปกว่ากล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ ชนิด คือ ซูโครส ฟรุคโทส และกลูโคส รวมกับเส้นใยและกากอาหาร
กล้วยจะช่วยเสริมเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันทีทันใด จากงานวิจัยพบว่าการออกกำลังกายอย่างเต็มที่นานถึง90นาทีนั้น สามารถทดแทนด้วยการกินกล้วยเพียง 2 ผล จึงไม่น่าแปลกใจว่าผลไม้โปรดของเหล่านักกีฬาระดับโลกจึงเป็นกล้วยนี่เอง
นอกจากให้พลังงานแล้วกล้วยยังช่วยเอาชนะ และป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรค เช่น



โรคโลหิตจาง ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในภาวะโลหิตจาง โรคความดันโลหิตสูง มีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ อย.ของอเมริกา ยินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วยสามารถ โฆษณาได้ว่า กล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายอันเกิดจากเรื่องความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก  กล้วยยังสามารถช่วยบรรเทาอาการอื่นๆได้อีก เช่น โรคนอนไม่หลับ โรคท้องผูก เนื่องจากกล้วยมีกากและเส้นใยทำให้ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องขับถ่าย
                และอีกหนึ่งสรรพคุณที่ถูกใจใครหลายๆคน นั่นคือ กล้วยช่วยอาการเมาค้าง วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้ กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไปในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเราค่ะ ลองดูนะคะ

มังคุด : ผลไม้คลายร้อน


          



               อากาศร้อนๆแบบนี้ คงนึกถึงอาหาร หรือของกินเพื่อให้ร่างกายเติมเต็มกับความเย็นสักหน่อยนะคะ นอกจากของหวานเย็นๆ ผลไม้ที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดีก็คือ มังคุด สารแทนนินที่มีในเปลือกมังคุดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ สามารถนำมาสกัดเป็นเครื่องสำอางสมานผิวได้ผลดีทีเดียว แทนนินนั้นนอกจากมีคุณสมบัติช่วยในการสมานแผล และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผล ฝี หนองแล้ว แทนนินยังสามารถใช้เป็นสารกันบูดในอาหารได้อีกด้วยค่ะ
"มังคุด" ด้วยรูปทรงคล้ายมงกุฎราชินีจึงได้รับการยกย่องให้เป็น"ราชินีแห่งผลไม้"การบริโภคมังคุดนั้นช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดีเพราะมังคุดจะช่วยลดอาการร้อนใน แถมยังแก้กระหายได้ด้วย ส่วนกากใยของเนื้อมังคุดจะช่วยในการขับถ่ายทั้งยังให้วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ อีกหลายชนิด อาทิ กรดอินทรีย์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและน้ำตาลแต่ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องเดินได้          
สารสกัดจากเปลือกมังคุดมีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อสิวได้ และยังออกฤทธิ์ต้านเชื้อสิวอักเสบได้ดี นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดเปลือกมังคุดสามารถออกฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดรอยแผลเป็นของสิวอักเสบสูงถึงร้อยละ 77.8% แสดงให้เห็นว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถนำมาพัฒนาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ในการป้องกันและ รักษาสิวอักเสบได้ดีเลยทีเดียว



            สังเกตได้ว่าปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จากมังคุดหลากหลายมากทีเดียว ทั้งกินเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่ช่วยบำรุงผิวพรรณตั้งแต่หัวจรดเท้ากันเลยทีเดียว มีงานวิจัยสนับสนุนมากมายถึงคุณประโยชน์ของมังคุด ลองแวะซื้อหาผลิตภัณฑ์จากมังคุดมาลองใช้กันดูนะคะ

มะนาว : แก้ปัญหาผิว








มะนาว เป็นผลไม้พื้นๆ ที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆนั้น มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆได้มากมายหลายโรคด้วยกัน นอกจากสรรพคุณที่ทราบกันอยู่แล้ว เช่น ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน แก้แผลพุพอง ฟกช้ำ ยังช่วยในเรื่องความงามได้ด้วยนะคะ
แก้ผิวแตก -ใช้มะนาวทาผิวหนังทำให้ชุ่มชื้น ไม่แตกกร้านในช่วงอากาศแห้ง 
            แก้สิวฝ้า - ในกรณีที่สิวไม่มีการอักเสบติดเชื้อเป็นหนอง การรักษาอย่างง่ายที่ถูกวิธี คือ การทำความสะอาดใบหน้า เพื่อลดไขมันและกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขนบนใบหน้า หรือบริเวณอก คอ ที่มีสิวขึ้น ฉะนั้นมะนาวจะช่วยรักษาสิงให้ลดน้อยลงได้ เพราะน้ำมะนาวมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆจะทำให้เนื้อเยื่อที่ตามแล้วหลุดออกไป ทำให้ลดการอุดตันของรูขุมขน กรดอ่อนๆจะช่วยกำจัดเชื้อโรคและช่วยกำจัดไขมันได้บ้าง วิธีใช้ คือ ล้างหน้าด้วยสบู่ธรรมดาให้สะอาดแล้วผ่ามะนาวทาบริเวณที่มีสิวขึ้นให้เปียกชุ่มจนทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงล้างออกด้วยสบู่อีกครั้ง ทำเช่นนี้วันละ 1-2 ครั้ง เช้าและเย็น - ใช้แป้งดินสอพองกับน้ำมะนาวทาบริเวณที่เป็นสิวก่อนนอนทุกวัน สิวจะค่อยๆยุบหายไปในที่สุด - ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่ขาว 1 ช้อนชา ผสมกันให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเอาไปแต้มที่ตุ่มสิว หรือผู้ที่ไม่มีสิว ใช้ทาบางๆทั่วไปประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสบู่ หน้าจะนิ่มนวลอยู่เสมอ 
          ลบรอยแผลเป็น รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ ใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพองทาบริเวณที่เป็น ทำให้หน้าไม่ดำ หรืออาจใช้ใบมะลิสดตำผสมเพิ่มเข้าไปอีกก็ได้ 
         แก้ขาลาย คนที่มีขาลายเป็นจุดด่างดำเม็ดเล็กๆนั้น แก้ได้โดยเอาน้ำมะนาวบีบใส่ดินสิพองหมาดๆ แล้วทาทุกๆคืนก่อนนอน พอรุ่งเช้าก็ล้างออก ทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่นานวันรอยด่างดำก็ลบหายไปเอง 


ส้ม : ผลไม้เพื่อสุขภาพ


           คงไม่มีใครไม่เคยกิน "ส้ม" นะคะ ดูเหมือนเราจะรู้จักส้มดีตามชื่อของมัน แต่ส้มไม่ได้มีเพียงแค่ความอร่อย ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายด้วยนะคะ
          ส้มเป็นผลไม้ตระกูล Citrus ที่ให้ทั้งรสเปรี้ยวและหวาน จึงอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย ที่เด่นที่สุดคือ ให้วิตามินซีสูง นอกจากนี้ ยังมีแคลเซียม วิตามินเอ บี โปแตสเซียม แคลเซียม ใยอาหาร ฟอสฟอรัส เหล็ก ซึ่งส้มแต่ละชนิดจะให้คุณค่าทางสารอาหารไม่ต่างกันมากนัก ส่วนคุณประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น
          ดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ลดความเครียด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
          เลือดออกตามไรฟัน และมีคุณสมบัติช่วยล้างพิษในร่างกาย
          ในส้มมีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยป้องกันการอักเสบ และเลือดจับตัวเป็นก้อน
          มีคอลลาเจน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตก และยังช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด แผลไฟไหม้ ให้หายเร็วและแผลเรียบเนียนขึ้น
          สังเกตนะคะว่า ส้ม มักจะเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่ในตะกร้าเพื่อสุขภาพในการนำไปเยี่ยมคนที่คุณรักนั่นเนื่องจากว่านอกจากคนทั่วไปแล้ว ส้มยังมีประโยชน์สำหรับ
          แม่ที่อยากให้เจ้าตัวเล็กดื่มน้ำส้มคั้น ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าต้องให้หลัง 6 เดือน เพราะเป็นช่วงที่สามารถให้อาหารเสริมกับเจ้าตัวเล็กได้แล้ว ที่สำคัญการให้น้ำส้มกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นวัยใดก็ตามควรผสมน้ำในปริมาณครึ่งต่อครึ่ง เนื่องจากส้มจะมีรสชาติเข้มข้นการให้น้ำส้มลูกโดยไม่ผสมอะไรเลย อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบดูดซึมของลูกได้ค่ะ          พอลูกโตขึ้นจึงค่อยๆ ลดปริมาณน้ำลง จนถึงอายุ 5 ขวบ แล้วค่อยให้น้ำส้มอย่างเดียว เนื่องจากน้ำส้มมีรสหวานมาก การผสมน้ำจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เจ้าตัวเล็กไม่ติดหวานตั้งแต่ตัวน้อยๆ ค่ะ
          สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตและเบาหวาน ถ้าคิดจะกินส้ม ขอบอกไว้ก่อนนะคะ ว่าควรกินด้วยความระมัดระวัง เพราะส้มเป็นผลไม้ที่ให้โปแตสเซียมและน้ำตาลสูง จึงควรกินเป็นผลเพราะจะมีกากใยดีกว่าเป็นน้ำส้มคั้น เพราะน้ำส้มคั้น 1 แก้วต้องใช้ส้มหลายผล

apple : ผลไม้แห่งความงาม


"apple : ผลไม้แห่งความงาม"            


           หากพูดถึงผลไม้เพื่อความงาม apple เป็นผลไม้ชนิดต้นๆที่ทุกคนนึกถึง ช่วยให้ผิวอ่อนโรย สดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็วลองนวดใบหน้าและลำคอด้วยเนื้อ apple สดๆ 
           สำหรับบำรุงผิวธรรมดา ปอกเปลือก apple บดให้ละเอียด และผสมกับครีมเปรี้ยว น้ำมันมะกอก (หรือน้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันเมล็ดทานตะวัน) หนึ่งช้อนชา และแป้งข้าวโพดหนึ่งช้อนชา ทาลงบนใบหน้าและทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
           สำหรับผิวแห้ง พอกหน้าด้วย apple อบ หรือต้มบดละเอียดผสมกับน้ำมันมะกอกและน้ำผึ้งหนึ่งช้องชา เพื่อทำให้ผิวยึดหยุ่นและชะลอกระบวนการร่วงโรยของผิว
           มือหยาบกร้าน ใช้ apple สดปอกเปลือกนวดลงสัก 2-3 นาที จากนั้น ล้างมือและทาครีมให้ความชุ่มชิ้น
           ส้นเท้าแตก หั่น apple เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ต้มในนมจนเป็นส่วนผสมข้นๆ ทาส่วนผสมลงบนส้นเท้า ปิดทับด้วยทิชชู ทิ้วไว้ 30 นาที ก่อนล้างออก ส้นเท้าจะนุ่มนวลขึ้น 

           มาทำความรู้จักกับประโยชน์ของ apple โดยแบ่งตามสีดังนี้
1.  apple แดง มีจุดเด่นที่ดีต่อสุขภาพคือมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวด้วย
2.  apple สีชมพู มีสารฟิโนลิกมากที่สุดในบรรดา apple ด้วยกัน ซึ่งสารนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

3.  apple สีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะการกิน apple สีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้ว ยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
4.  apple สีเหลือง มีประโยชน์ต่างจากสีอื่นๆ โดยมีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก